โฮมสเตย์ กิน เล่น เรียนรู้อย่างคนท้องถิ่น

ทริป 2 วัน 1 คืน

ทริปย้อนรอยกำพย์เห่ชมเครื่องคำว –หวำน “ชมอุทยำน ร.๒ ลิ้มลองเครื่องคำว –หวำน” ทริปย้อนรอยกาพย์เห่ชมเครื่องคาว –หวาน เป็นทริป 1 คืน 2 วัน ราคา 1,890 บำท ออกเดินทางโดยรถตู้ 14 ที่นั่ง ในวันเสาร์ที่ 20 – วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เริ่มออกเดินทางเวลา 8.00 น.

กำหนดการเดินทาง

ทริปย้อนรอยกาพย์เห่ชมเครื่องคาว – หวาน
“ชมอุทยาน ร.๒ ลิ้มลองเครื่องคาว – หวาน”

08.00 น. คณะพร้อมกัน ณ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เจ้าหน้าที่รอต้อนรับและคอยอำนวยความสะดวก พร้อมบริการอาหารเช้า (snack box) ออกเดินทางสู่ตลาดน้ำอัมพวาย้อนรอยกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน

09.30 น. ตลาดร่มหุบ หรือ ตลาดแม่กลอง เป็นตลาดที่อยู่บนทางรถไฟ สายแม่กลอง-บ้านแหลมพ่อค้า-แม่ค้า ตั้งแผงสองข้างทางรถไฟ ส่วนลูกค้าก็อาศัยทางรถไฟเป็นถนน สำหรับจับจ่ายซื้อขอตลาดร่มหุบ ยังคงครองตำแหน่ง “ตลาดหวาดเสียวที่สุดในโลก” มาโดยตลอด ด้วยต้องหลรถไฟวันละถึง 8 เที่ยว ชาวบ้านที่นี่มักจะเรียกกันว่า ‘ตลาดเสี่ยงตาย’ เพราะมีเอกลักษณ์ที่แปลกไม่เหมือนกับตลาดแห่งไหนคือ จะมีรถไฟวิ่งผ่ากลางตลาด เวลา รถไฟมา เหล่าพ่อค้า-แม่ขายจะรู้กันว่าถึงเวลาที่จะต้องยกของ แบกสัมภาระหลบ หุบร่ม เก็บกันสาด พอรถไฟ ผ่านไป หันกลับมอีกทีอย่างกับเล่นมายากล ร่มกาง กันสาดบาน กระจาดผัดสด เข่งปลาทู ฯลฯ ออกมา ตั้งอยู่ที่เดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่อยากเก็บภาพแนว Life เพราะคนที่มาขายของก็เป็นชาวบ้านท้องถิ่น ของที่ขายก็เป็นของที่มีอยู่ในท้องถิ่น ทั้งของแห้ง ของสด หลากหลาย และของขึ้นชื่อของที่นี่ ที่ใครมาต้องซื้อหาติดมือกลับไปก็คือ ‘ปลาทูแม่กลอง’ หรือปลาทูหน้างอคอหัก เนื้อหวานมันอร่อยไม่เหมือนกับปลาทูที่ไหน ถือเป็นสุดยอดของปลาทูไทยเลยทีเดียว นอกจากปลาทูแล้วยังมีของฝากพื้นเมืองอื่นๆ เช่น กะปิคลองโคน, หอยหลอด, หอยดอง, ใบชะคราม, ลิ้นจี่, ส้มโอ, น้ำตาลมะพร้าว, กาละแมรามัญ ฯลฯ
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ "วัดศรีจำปา" สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยาตาม ตำนานเล่าว่าในปี พ.ศ.2307 ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณตำบล แม่กลองเหนือวัดศรีจำปา และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม" ตามชื่อ หมู่บ้านเดิมของตนชาวบ้านแหลมได้ช่วย กันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดบ้านแหลม ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอารามหลวง ชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานของ หลวงพ่อบ้านแหลม พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนทั่วไป

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดัง ร้านก๋องเมงจั้น

13.00 น. อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ความโดดเด่นของอุทยาน ร.2 อยู่ที่ “เรือนไทยหมู่ 5 หลัง” เรือนไทยภาคกลางอันงดงาม ที่เป็นพิพิธภัณฑ์วิถีไทยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยแบ่งออกเป็น “เรือนกลาง” (เรือนประธาน) ภายในแบ่งการจัดแสดงออกเป็นห้องต่างๆ อาทิ ห้องพระ ห้องนอนห้องนวดประคบ และห้องแต่งตัวที่จำลองให้เห็นถึงวิถีชีวิตของหญิงไทยในสมัยต้นกรุง อีกทั้งยังจัดแสดงศิลปวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ในยุครัชกาลที่ 2 อาทิ เครื่องถ้วยเบญจรงค์ ส่วนด้านนอกจัดแสดงเกี่ยวกับสำรับกับข้าวคาวหวานตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้แก่ เครื่องคาว อาทิมัสมั่นเนื้อ แกงเทโพ ก้อยกุ้ง หลน เป็นต้น และเครื่องหวาน ได้แก่ ลูกตาลเชื่อม ลูกชิดลอยแก้ว ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น บริเวณด้านหน้าอุทยาน ร.2 ยังมีพิพิธภัณฑ์ขนมไทยภายในเรือนไม้โบราณอายุกว่า 100 ปี ชื่อเรือน “อาศรมศึกษา” จัดแสดงขนมไทยจำลองและอาหารตามบทพระราชนิพนธ์ “กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน” ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่กล่าวถึงชื่ออาหารคาว 15 ชนิด อาหารหวาน 15 ชนิดและขนมประเภทต่างๆ กว่า 100 ชนิด รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำขนม เช่น กระต่ายขูดมะพร้าวรูปแบบต่างๆ ปัจจุบันมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ภายใต้แนวคิด “เที่ยวงานอุทยาน ร.2 ดูโขน ละคร ชิมอาหารชาววัง” โดยมีไฮไลต์อยู่ที่การแสดงโขนซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงขั้นสูงที่หาชมได้ยาก ณ โรงละครกลางแจ้ง เป็นการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน พิธีกุมภนิยา มณโฑขึ้นหึง และอินทรชิตรบพระลักษณ์ พร้อมด้วยละครใน เรื่องอุณรุท และแน่นอนว่าใครที่อยากมาลองชิมอาหารชาววังอย่างที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ภายในงานก็มีทั้งการสาธิตและจำหน่ายอาหารคาวหวานตำรับชาววังของราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เช่น มัสมั่น ทองพลุ ม้าฮ่อ มะปรางริ้ว ฯลฯ รับรองว่าหาชิมที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แน่นอน

14.30 น. เข้าที่พักโฮมสเตย์บ้านแม่อารมณ์ เรือนแถวไม้อายุกว่า 100 ปี คงไว้แบบเรือนแถวโบราณริมคลองอัมพวาเป็นบ้านอนุรักษ์ภายใต้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม และเป็นโฮมสเตย์ที่เข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดสมุทรสงคราม ชุมชนอัมพวาได้รับรางวัล Unesco เป็นมรดกแห่งเอเชีย

15.00 น. ตามรอยกาพย์เห่ชมเครื่องคาว – หวาน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน เป็นความงดงามของวรรณคดีที่สะท้อนให้เห็นความประณีต ละเอียดละอ่อนของชนชาติไทยที่บรรจงประดิดประดอยโภชนาหารนานาชนิดให้เลิศด้วย รสชาติแลวิลาสด้วยรูปลักษณ์ และสะท้อนความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่าเด่นชัด บทเห่แบ่งเป็นชมเครื่องคาว ชมผลไม้และชมเครื่องหวาน

  • ร้านชานชาลา อัมพวา น้ำสูตรพระราชทาน ม่วงชื่นชานชาลา
  • ร้านสุจิตราขนมไทย ร้านรวมขนมไทยสูตรโบราณ เช่น จ่ามงกุฎ เสน่ห์จันทร์ เป็นต้น
  • ร้านก๋วยเตียวโบราณโอภาส เมนูแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม ก๋วยเตี๋ยวน้ำพริกอ่อง
  • บ้านทองโบราณ เมนูแนะนำ ปลากะพงยำสมุนไพร เป็นต้น

18.00 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านเจ้าสำราญอัมพวา นั่งชิวสบายๆ สัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำ กับเมนูสุดโปรดที่พลาดไม่ได้ ปลาทูซาเตี๊ยะหรือปลาทูตาเตี๊ยะ เป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่หลายๆคนเรียกติดปากกันว่าแม่กลองที่ปัจจุบันหาทานได้ยาก  กรรเชียงปูนึ่งนมสด กรรเชียงปูใหญ่ๆนึ่งบนจานพร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสชาดเด็จ อีกเมนูที่น่าลิ้มรอง

20.00 น. ล่องเรือชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน เป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาค้างแรมที่อัมพวา โดยปกติแล้วหิ่งห้อยจะมีมากโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม ควรเลือกชมในช่วงเวลาที่เป็นข้างแรมหรือคืนเดือนมืด เพราะเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนกว่าเวลาข้างขึ้น นอกจากนี้ควรเลือกช่วงเวลาที่น้ำขึ้นมากเนื่องจากจังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ทะเลน้ำจะขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลาในช่วงน้ำขึ้นเรือสามารถเข้าไปใกล้กับต้นลำพูซึ่งหิ่งห้อยเกาะอยู่ ทำให้สามารถเห็นแสงของหิ่งห้อยได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

06.00 น. ตักบาตรเช้าริมคลองอัมพวา หน้าบ้านพักโฮมสเตย์ โดยจะมีพระมาบิณฑบาตโดยการพายเรือและคนในชุมชนริมคลองอัมพวาต่างพร้อมใจกันออกมาตักบาตรริมน้ำยามเช้า

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า โดยจะมีพ่อค้า แม่ค้า มาบริการอาหารเช้าโดยการพายเรือถึงหน้าที่พัก
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้ออาหารได้ตามใจชอบ และนั่งกินบริเวณหน้าที่พักซึ่งยื่นเข้าไปในคลองอัมพวา

08.30 น. วิสาหกิจชุมชนผลไม้กลับชาติ ภูมิปัญญาสร้างมูลค่าด้วยคุณค่า ของดีอัมพวาผลผลิตแห่งภูมิปัญญา เกิดเป็นอัตลักษณ์ที่ร่ำลือกล่าวขาน กลายเป็นตำนานอันเลื่องชื่อว่านี่คือของดีอัมพวา ไม่น่าเชื่อว่าผลไม้เหล่านี้จะ กลับชาติมาเป็นของอร่อยประจำท้องถิ่นสมุทรสงคราม โดยเริ่มจากการพยายามคิดหาวิธีแปรรูปพืชผักที่ไร้ค่า เพราะรสชาติไม่อร่อย เช่น บอระเพ็ด มะระขี้นก มะละกอ มะนาว ตะลิงปลิง มาทำให้มีรสชาติหวานหอมอร่อย ด้วยภูมิปัญญาแบบดั้งเดิมของชุมชน นอกจากนี้ทางชุชนยังเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำชุมชน ที่มีรูปแบบกิจกรรมในการพึ่งตนเองอย่างสมดุลตามบริบทและวิถีชีวิตของชุมชน นี่แหละครับชุมชนต้นแบบ ผลไม้กลับชาติที่สร้างคุณค่า แล้วมูลค่าจะตามมาเอง

10.00 น. เดินทางกลับ พร้อมแวะซื้อของฝากจากร้านน้อยเบเกอรี่ อาทิเช่น เค้กฝอยทองมะพร้าวลาวา

เค้กมะพร้าอ่อน รับรองความอร่อยสดใหม่จากเตา