ลองแอ่วแพร่

ทริป 2 วัน 1 คืน

ลองแอ่วแพร่ ชิมร้านเด็ด เดินตลาด ท่องสานเก็บผักพลไม้ ทำอาหารกับคนท้องถิ่น 2วัน1กิน กับประสบการณ์หลากหลาย เรียนรู้เมืองประวัติศาสตร์ยาวนานร่วม 1200 ปี ชิมอาหารฝีมือ ชาวบ้านพร้อมที่พักบรรยากาศสบายๆห้อมล้อมด้วยท้องทุ่งนา ทำอาหารจานเด็ด เยี่ยมาชมสถานที่ชื่อดัง ทำผ้าพัดย้อมหม้อห้อม พร้อมรอยยิ้มกลับบ้าน

กำหนดการเดินทาง

ลองแอ่วแพร่

      ทริปตะลอนชิมร้านเด็ดริมทาง เดินตลาดชุมชน ท่องสวนเก็บผักผลไม้
พร้อมพักโฮมสเตย์ กิน เล่น เรียนรู้อย่างคนท้องถิ่น
"หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม"

วันที่ ๑

๐๙.๐๐ น. รวมพลที่สถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ถึงแม้จะเป็นสถานีรถไฟขนาดเล็กแต่ในทางศิลปะสถาปัตยกรรมนั้นโดดเด่นเป็นสถานีรถไฟหนึ่งเดียวของไทย ที่สร้างด้วยสไตล์ “เฟรมเฮาส์” แบบบาวาเรียน ( Bavarian Timber Frame House ) ซึ่งเป็นที่นิยมมากในแคว้นบาวาเรียนของเยอรมัน สถานีรถไฟบ้านปิน สร้างในสมันรัชกาลที่ ๖ ในปี พ.ศ.๒๕๔๗ ระหว่างการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยการรถไฟหลวงแห่งสยาม ที่มีพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยาการ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการและมีนายช่างชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง เริ่มสร้าง พ.ศ.๒๔๕๐ แล้วเสร็จ พ.ศ. ๒๔๖๑ ในระหว่าง ๑๑ ปีนั้น ยังมีการสร้างสถานีรถไฟสายเหนือควบคู่กันไปด้วย อาทิ สถานีแม่ทา สถานีลำปาง รวมถึงสถานีบ้านปิน เขตเมืองแพร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีป่าไม้สักอุดมสมบูรณ์ที่สุด กลายเป็นแรงบันดาลใจให้นายช่างชาวเยอรมันออกแบบสถานีเล็กๆแห่งนี้ด้วยสไตล์ Bavarian Timber Frame House ซึ่งเป็นสไตล์ที่ใช้ไม้เป็นวัสดุสำคัญ โดยออกแบบผสมผสานให้เข้ากับเรือนปั้นหยาแบบไทย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้น

  • กาแฟแห่ระเบิด เจ้าของร้านคือ เชษฐา สุวรรณสา นักเขียนที่ได้รับรางวัลพระราชทานแว่นแก้ว ในการประพันธ์นวนิยายแนววิทยาศาสตร์ ภายในร้านมีแกลอรี่แสดงผลงานศิลปะของเจ้าของร้านให้เยี่ยมชม รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ฮูปบะเก่าที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวลี “แพร่แห่ระเบิด” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ จากการที่มีการทิ้งระเบิดทางรถไฟ แต่ดันไม่ระเบิด เมื่อชาวบ้านไปเจอเข้าจึงนำเข้ามาถวายวัด
  • ชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ จัดแสดงผ้าโบราณที่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี ภายในพิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องผ้าที่สำคัญของล้านนา อาทิเช่น จัดแสดงผ้าโบราณเมืองลอง, ผ้าซิ่นตีนจกไทยดยนก เป็นต้น มีส่วนร้านค้าจัดจำหน่ายผ้าทอพื้นเมือง ผ้าโบราณทำใหม่ และผลิตภัณฑ์จากผ้าตัดเย็บร่วมสมัย

  • รับประทานอาหารกลางวัน ขนมจีนน้ำย้อยบ้านแม่ลาน ขนมจีน หรือ ขนมเส้น หรือ ข้าวหนมเส้น เป็นอาหารหลักคู่วิถีชาวแพร่มาอย่างยาวนาน นิยมรับประทานแทบทุกวันและทุกเทศกาล งานบุญต่างๆ โดยเฉพาะช่วงขึ้นปีใหม่ เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้มีอายุยืนยาวเหมือนเส้นข้าวหนมเส้นไปตลอดปี สำหรับน้ำข้าวหนมเส้นสูตรเมืองแพร่ จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากที่อื่น เรียกว่า “ข้าวหนมเส้นน้ำใส” หรือ “ข้าวหนมเส้นน้ำหมู” ซึ่งจะเป็นน้ำซุปกระดูกหมู รสชาติกลมกล่อม เครื่องปรุงหลักๆจะมีซี่โครงหมู หมูสับ รากผักชี เลือดไก่ มะเขือเทศ(มะเขือส้ม) ปลาร้า ข้าวหนมเส้นน้ำย้อย ของขึ้นชื่ออำเภอลอง ชื่อนี้มาจาก การทำขนมจีนแป้งหมักแล้วบีบกันสดๆ พอต้มเสร็จต้องตักมาล้างหลายๆน้ำ แล้วจับเส้นขายกันสดๆน้ำก็จะไหลหยดย้อยเต็มไปหมด เสิร์ฟพร้อมน้ำใสและน้ำพริก ธงชัยน้ำย้อยแม่ลาน

  • วัดพระธาตุศรีดอนคำ เป็นพระธาตุเก่าแก่ขนาดใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันมีฐานเป็นปูน ส่วนบนประดับด้วยโลหะสีทอง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมตำนานพระพุทธรูป และมีพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ทำจากไม้ เรียกว่า “พระเจ้าพร้าโต้” ตลอดจนคัมภีร์ต่างๆ

  • ออกเดินทางสู่อำเภอเด่นชัย

  • แวะชม ชิม ช็อปผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของชาวบ้านไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ กลอย เป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งประชาชนนิยมบริโภคกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในประเทศไทยนั้นกลอยมักจะขึ้นตามป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างโปร่ง หัวกลอยฝังอยู่ใต้ดินตื้นๆ มีขนาดหัวใหญ่เท่ากับไหกระเทียม กลอยมีอาหารจำพวกแป้งอยู่มาก คนในชนบทหรือชาวป่าจึงขุดหัวกลอยมาต้มกิน หรือในบางทีก็จะนำมานึ่งรวมกับข้าว โดยเฉพาะยุคสมัยข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านจะหาขุดหัวกลอยมานึ่งปนกับข้าวเหนียวเพื่อให้มีปริมาณมากขึ้น ชาวบ้านใช้เวลาช่วงฤดูแล้งนี้ในการหาหัวกลอยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหลายประเภท เช่นกลอยทอด กลอยนึ่งทาน และขายเป็นกลอยแห้ง โดยจะนำกลอยนึ่งแล้วมาผสมกับน้ำตาล เกลือ งาดำ มะพร้าวขุด ขายเป็นชุดละ 20 บาท สร้างรายได้เป็นอย่างดี บางรายยึดเป็นอาชีพหลักแทนการหาของป่าอย่างอื่น เนื่องจากกลอยสามารถหาได้ตลอดปี

  • แวะชิมไส้กรอกเผาเตาดินแบบดั้งเดิม สูตรสมุนไพรต้นตำรับ เปิดบริการนานมามากกว่า 30 ปี สวนไซทอง

  • แวะสักการะคัมภีร์ล้านนา ไหว้สาครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร วัดสูงเม่น ในอดีตมักมีเจ้าเมือง เจ้าผู้ครองนคร เจ้าราชวงศ์ต่างๆ ทั้งในล้านนาและล้านช้าง มาเยือนวัดสูงเม่นเป็นประจำ ถึงขนาดเจ้าหลวงอินทรวิชัยราชา เจ้าผู้ครองเมืองแพร่ในอดีต ได้ยกย่องว่า “อยากมีความรุ่งเรืองก้าวหน้า หื้อหมั่นไปไหว้สาคัมภีร์ธัมม์และไหว้สาครูบามหาเถรเจ้า ณ วัดสุ่งเม้น เมืองแป้”

  • เดินทางไปตลาดบ้านพระหลวง เลือกซื้อวัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อนำไปปรุงอาหารเย็น

  • เดินทางสู่บ้านบุญยิ่ง ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบทำอาหารที่ชื่อเป็นมงคล เสริมโชคลาภ เพิ่มพลังด้วยคุณค่าทางโภชนาการและสมุนไพรท้องถิ่น “มะแขว่น” นั่นคือ ลาบเมืองแป้ และอาหารเมนูชุสุขภาพที่หาได้ตามฤดูกาล

  • รับประทานอาหารเย็น แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันที่ ๒

๐๗.๐๐ น. ตื่นเช้าไปเที่ยวชมตลาดเช้าบ้านกาศเหนือพร้อมรับประทานอาหารเช้า

  • ออกเดินทางไปสักการะพระธาตุช่อแฮ เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๗๙ – ๑๘๘๑ ในสมัยพระมหาธรรมราชาธิราช( ลิไท ) โดย ขุนลั๊วะอ้ายก้อม พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ พระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองศิลปะเชียงแสน สูง ๓๓ เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๑๑ เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูน หุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง และพระธาตุช่อแฮยังเป็นพระธาตุปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาลอีกด้วย ทุกปีจะมีงานนมัสการไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวงในวันขึ้น ๙ ค่ำ – ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ( ประมาณเดือนมีนาคม )

  • พาชมความงามของพระธาตุช่อแฮและตัวเมืองแพร่ในมุมสูงจากแนวสันอ่างเก็บน้ำแม่สาย

  • แวะพักรับประทานของว่างพร้อมน้ำสมุนไพร น้ำผลไม้

  • เดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอเมืองแพร่ นำชมคุ้มเจ้าหลวง ตั้งอยู่บนถนนคุ้มเดิม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ โดยเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย เป็นอาคารโอ่โถง มีประตูหน้าต่างทั้งหมด ๗๒ บาน งดงามด้วยลวดลายไม้แกะฉลุ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐถือปูนทั้ง ๒ ชั้น ได้รับพระราชทานรางวัลให้เป็นสถาปัตยกรรมดีเด่นประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะ

  • รับประทานอาหารกลางวันก๋วยเตี๋ยวห่อตองลุงคง ข้าวส้มที่ขนมจีนป้าดา

  • วัดพงษ์สุนันท์ ตั้งอยู่บนถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ภายในวัดมีพระนอนมีพระนอนสีทองอร่ามอยู่ริมกำแพงเป็น สัญลักษณ์ของวัด ใกล้กับซุ้มประตูมงคล 19 ยอด วัดพงษ์สุนันท์ เป็นวัดประจำตระกูลวงศ์บุรี เดิมเป็นวัดร้าง ชื่อ "วัดปงสนุก" ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2472 ได้มีการบูรณะวัด และสร้างวิหารใหม่ขึ้นโดยมีหลวงพงษ์พิบูลย์ หรือ พระยาบุรีรัตน์(เจ้าพรหม) และเจ้าสุนันตา เจ้าของบ้านวงศ์บุรีเป็นศรัทธาหลัก วัดนี้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพงษ์สุนันท์ ตามชื่อหลวงพงษ์พิบูลย์ และ เจ้าแม่สุนันตา อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่เหมือนวัดอื่น คือ "พระเจ้าทันใจอยู่ในท่า ประทับยืนชี้นิ้ว" ถ้าจะขอพรต้องใช้หน้าผากประชิดที่นิ้วชี้ของพระเจ้าทันใจ ก็จะได้สมดังปรารถนา โดยมีนายช่างชาวพม่าและ พระมหาสิทธิชัย ชยสิทธิ (พระเถระช่างแกะสลักไม้) เป็นผู้ปั้น

  • ร้านกาแฟบ้านเบ้ว เป็นบ้านไม้เก่าๆ อายุร้อยปีที่เจ้าของปล่อยรกเร้า หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นร้านตัดผม และอีกหลายร้าน จนกระทั่งกลายมาเป็นร้านกาแฟอย่างทุกวันนี้

  • คุ้มวงศ์บุรี หรือ บ้านวงศ์บุรี อาคารสีชมพูโดดเด่น อายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ที่ ถนนคำลือ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ คุ้มวงศ์บุรี สร้างขึ้น ตามดำริของแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย เพื่อเป็นของกำนัลในการเสกสมรส ระว่างเจ้าสุนันตา ผู้เป็นบุตรีเจ้าบุรีรัตน์ และหลวงพงษ์พิบูลย์ คุ้มหลังนี้อาคารแบบไทยผสมยุโรปสีชมพูอ่อน ซึ่งเป็นสีโปรดของแม่เจ้า บัวถา เป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยล้านนาผสมยุโรป ประดับตกตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่าลาย“ขนมปังขิง” ตามความนิยมกันใน รัชกาลที่ 5 ที่ถูกสร้างไว้อย่างสวยงามอยู่ทั่วตัวอาคาร เช่น หน้าจั่ว สันหลังคา ชายน้ำ ช่องลม กรอบเช็ด หน้าต่าง เหนือประตูและหน้าต่าง ระเบียง ภายในอาคารปรากฏลายพรรณพฤกษาและเครือเถา เป็นต้น ฐานรากของอาคารเป็น ท่อนไม้ซุง เนื้อแข็งขนาดใหญ่วางเรียงกันก่อนจะก่ออิฐเทปูนทับลงไป เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของอาคาร คุ้มวงศ์บุรี ประกอบด้วย ห้องที่น่าสนใจ คือ ห้องของเจ้าบัวถา ห้องรับแขก ห้องนอน ซึ่งแต่ละห้องมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ตู้ เตียงนอน โต๊ะ เก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง ถ้วย ชาม เครื่องเงิน กำปั่นเหล็ก อาวุธโบราณ พระพุทธรูปโบราณสมัยเชียงแสน อู่ทอง รวมถึงรูปภาพเก่าแก่ต่างๆ ที่ประดับบอกเรื่องราวของบ้านหลังนี้ ซึ่งบางจุดภายในบ้านสามารถถ่ายภาพได้ แต่บางจุดก็จะไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ ด้วยความสวยงามของ คุ้มวงศ์บุรี จึงได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น ปี พ.ศ. 2536 ของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

  • เดินทางไปวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ ( หม้อห้อมป้าเหงี่ยม ) ชมวิธีการผลิตหม้อห้อม ทำ work shop ลายมัดย้อมด้วยตัวเอง พร้อมช๊อบปิ้งสินค้าที่ระลึกจากท้องถิ่น

๑๖.๐๐ น. กล่าวคำลาพร้อมรอยยิ้มและความประทับใจ นำส่งท่านเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ