วันเดียว กิน เที่ยว วิถีคลอง@สมุทรสงคราม

ทริป 1 วัน

เมื่อเราเหน็ดเหนื่อยกับงานที่หนักและเวลาที่มีน้อยซะเหลือเกิน แต่อยากจะหาเวลาไปท่องเที่ยว พักผ่อนเติมพลังให้กับตัวเราเองและคนในครอบครัว เราจึงขอแนะนาจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดรองที่ไม่ได้โดดเด่น แต่มีความพิเศษที่น่าหลงใหลในตัวเอง กับการเดินทางที่แสนง่าย เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เหมาะสาหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย

รายละเอียดทริป

เมื่อเราเหน็ดเหนื่อยกับงานที่หนักและเวลาที่มีน้อยซะเหลือเกิน แต่อยากจะหาเวลาไปท่องเที่ยว พักผ่อนเติมพลังให้กับตัวเราเองและคนในครอบครัว เราจึงขอแนะนาจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดรองที่ไม่ได้โดดเด่น แต่มีความพิเศษที่น่าหลงใหลในตัวเอง กับการเดินทางที่แสนง่าย เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เหมาะสาหรับทุกคน ทุกเพศทุกวัย 

หากมีเวลาท่องเที่ยวไม่มากแต่อยากได้การพักผ่อนที่สนุกและได้ประสบการณ์ดีๆ เราจึงขอแนะนาทริป “วันเดียว กิน เที่ยว วิถีคลอง”ที่จังหวัดสมุทรสงคราม เพลิดเพลินกับกิจกรรมหลากหลายได้นมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเดินตลาดชมวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
ทานอาหารอร่อยที่ใช้วัตุดิบในท้องถิ่นมาประกอบอาหารและยังคงซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเอาไว้

อีกทั้งยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมโบราณที่สืบสานมาจนถึงปัจจุบันอีกมากมาย แนะนากันมาขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้าเตรียมวันหยุดของคุณไว้ให้พร้อมแล้วไปพบกับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่คุ้มค่าแก่การพักผ่อนของคุณด้วยกันนะ ไปกับเรา ทริป”วันเดียว กิน เที่ยว วิถีคลอง”ที่จังหวัดสมุทรสงคราม

กำหนดการเดินทาง

เริ่มทริป...
โดยนัดพบกันที่สถานีบีทีเอส วงวียนใหญ่ เพื่อมาขึ้นรถตู้รับจ้างไม่ประจำทางและออกเดินทางสู่จังหวัดสมุทรสงคราม

วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
เข้านมัสการสักการะ องค์พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวสมุทรสงคราม (หลวงพ่อบ้านแหลม) หลังจากสบายใจที่ไหว้พระขอพรกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางกันมาที่

ตลาดน้ำท่าคา
เป็นตลาดน้ำยามเช้าที่ผู้คนยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเหมือนสมัยก่อน สืบมาจนถึงปัจจุบันโดยชาวบ้านที่นี่มักมาพบปะกันในตอนเช้าเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าที่เป็นวัตถุดิบหรือทรัพยากรที่แต่ละบ้านมีที่แต่ละบ้านมีจนเกิดเป็นตลาดน้ำยามเช้าขึ้นมา นอกจากจะเป็นตลาดน้ำยามเช้าแล้ว
อีกเอกลักษณ์หนึ่งของตลาดน้ำท่าคา คือ จะเปิดตามวันข้างขึ้นข้างแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ วันสงกรานต์ และวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น เสน่ห์ของตลาดท่าคาไม่ได้มีเพียงเท่าที่กล่าวไปข้างต้น แต่ที่นี่! ชาวท่าคายังมีบริการให้นั่งเรือท่องเที่ยวจากตลาดน้ำท่าคาลัดเลาะไปตามลำคลอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวท่าคาอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

ศูนย์การเรียนรู้การทำน้ำตาลมะพร้าว
และแล้วเราก็มาถึงบ้านที่เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำน้ำตาลมะพร้าวแบบดั้งเดิมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนกระทั่งออกมาเป็นก้อนน้ำตาลกันเลยทีเดียว!กระบอกไม้รองน้ำตาลจากงวงมะพร้าว!!ชาวท่าคาบอกว่า การปาดเอาน้ำตาลจากงวงมะพร้าว เรียกกันว่า ‘การขึ้นน้ำตาลมะพร้าว’ โดยสมัยก่อนจะขึ้นน้ำตาลมะพร้าว 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น แต่ในปัจจุบันจะทำแค่รอบเดียว เรียกว่า

‘การปาดสวม’ หรือก็คือปาดรอบเดียว และเอากระบอกไม้รองไว้ทั้งคืนในตอนเช้าก็จะไปเอาลงเพื่อนำเอาน้ำตาลสดที่ได้มาอุ่น........โดยใช้เตาโบราณ!! หลังจากที่อุ่นเรียบร้อยก็จะเคี่ยวน้ำตาลต่อทันที เคี่ยวจนงวด หรือที่เรารู้จักกันคือ เคี่ยวจนได้ที่นั่นเอง เมื่อเคี่ยวน้ำตาลจนได้ที่แล้วก็จะยกมาเทใส่กระทะอีกใบที่มีผ้าขาวบางรองแบบนี้ ขั้นตอนต่อมาคือการกระทุ้งน้ำตาลมะพร้าวและปั่นไล่ความร้อน เพื่อให้น้ำตาลแห้ง (ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที)เมื่อน้ำตาลแห้งเรียบร้อยแล้ว(สังเกตจากเนื้อน้ำตาลที่เริ่มแข็งตัว) และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายกันแล้ว นั่นคือ‘การหยอดน้ำตาลมะพร้าว’ ลงกระปุก พร้อมชั่งน้ำหนักให้ได้ปริมาณที่เท่าเทียมกัน

จากนั้นก็สามารถนำเอาไปขายได้เลย!ทำให้รู้ถึงความสดใหม่ตั้งแต่กระบวนการแรกจนกระทั่งนำมาขายขนาดนี้ไม่อุดหนุนไม่ได้แล้ว!!นอกจากน้ำตาลมะพร้าวแล้ว อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สามารถทานและซื้อกันได้สดๆ หลังจากการอุ่นในขั้นตอนแรกแล้ว นั่นก็คือ น้ำตาล(มะพร้าว)สด สิ่งที่พิเศษกว่านั้นคือ เมื่อเราดื่มเข้าไปแล้วเราจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆตามมาทำให้ได้ความสดชื่นกับรสชาติที่สดใหม่จากต้นกันเลยทีเดียว!กิจกรรมถัดมาที่เราจะได้ทำคือ การสานทางมะพร้าว ให้เป็นรูปต่างๆที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์พื้นบ้านของไทย หลังจากสานทางมะพร้าวจนตาลายแล้ว เราก็นั่งเรือกลับไปยังตลาดน้ำท่าคาเพื่อหาร้านทานอาหารกลางวันกัน หูยยยยยเห็นเรือขายของในเวลาที่หิวสุดๆแบบนี้อดน้ำลายไหลอยากจะเหมาทุกร้านมานั่งกินให้สมใจอยากไม่ได้จริงๆ

และเมนูแรกที่เราเลือกนั่นก็คือ ผัดไทเข่งปลาทู! เห็นชาวท่าคาท่านว่าเป็นทีเด็ดของตลาดน้ำแห่งนี้เลยก็ว่าได้ แถมราคาก็น่ารักกรุบกริบเพียง 35บาทเท่านั้น!!! เมื่อมองออกไปจากร้านผัดไทย เห็นคุณยายผัดหอยทอดแบบโบราณได้น่าทานมาก!เราเลยต้องจัดมาสักจาน เมื่อทานหอยทอดกับผัดไทเรียบร้อยและว่าจะพากันเดินย่อยสักหน่อยแต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณที่คุณป้าตั้งใจกับการปรุงรสให้กับลูกค้าท่านอื่นอย่างขะมักเขม้น จึงเกิดอยากลอง ‘ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง’สูตรโบราณที่มีคนนั่งทานอยู่ข้างร้านไม่ขาดสายเลยตัดสินใจซื้อมาลองชิมซะเลยไม่ไกลกันจากร้านก๋วยเตี๋ยวเราก็พบกับอาหารที่เราต้องลองชิมให้ได้อีกอย่างสะแล้ว! ขนมเบื้องญวนนั่นเอง!!

ยัง ยัง สายตายังมองเลยไปเห็นอาหารลักษณะแปลกตา จึงได้สอบถามพ่อค้า ทราบว่านี่คือ ทอดมันพันอ้อย! อื้อหือออออออ ไม่ลองซื้อชิมไม่ได้แล้ว ทั้งชื่อและหน้ารูปลักษณ์แปลกตาขนาดนี้พอลองได้ชิมไปหนึ่งคำ ได้รับรู้ถึงความกลมกล่อมไปกับความหวานละมุนนุ่มลิ้นของอ้อยถึงกับติดใจสั่งคุณลุงไปอีก 2ไม้ รสชาติคือแบบ ไม่เหมือนที่เคยทานที่ไหนมาก่อนเลย บอกได้คำเดียวเลยว่า“อร่อยเหาะ”อิ่มจนหนังท้องตึงจนไม่รู้จะตึงยังไงไหวแล้ว ก็มาถึงช่วงกิจกรรมถัดมาของเราที่จะได้ทำ นั่นคือการประดิษฐ์ตุ๊กตาเรือดุ๊กดิ๊ก นั่นเอง

บ้านไทยฟาร์ม หรือ‘บ้านไทยคาเฟ่’
หลังจากประดิษฐ์ตุ๊กตาเรือดุ๊กดิ๊กกันแล้ว เราก็เดินทางต่อมายังบ้านไทยฟาร์มหรือมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า‘บ้านไทยคาเฟ่’ นั่นเอง เป็นร้านอาหารแอนด์คาเฟ่เปิดใหม่

ที่นำวัตถุดิบจากสิ่งที่มีภายในร้านเองมาทำเป็นอาหารให้กับลูกค้าทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมแม้ว่าอาหารยังไม่มีความหลากหลาย แต่รสชาติและความสะอาดฉบับออร์แกรนิคก็อร่อยแบบไม่เป็นสองรองจากที่ไหนเลยนะ! มาถึงก็พบกับบรรยากาศสบายสบายให้ได้สดชื่นสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย.... เลยขอนอนเล่นผ่อนคลายสักประเดี๋ยว.....ถ่ายรูปเล่นสักหน่อย.... ชมฟาร์มออร์แกรนิคของทางร้านสักแป๊บ....แล้วมาสั่งเมนูเด็ดของทางร้านทานเล่นก่อนกลับสักครู่.... ไปเดินเล่นย่อยกันอีกสักนิด....

สุดท้ายแล้วทริปนี้ทำให้รู้สึกเต็มอิ่มทั้งในเรื่องของอาหารและบรรยากาศจริงๆ ครบรสแบบนี้ ถ้ามีโอกาสอีกก็จะมาอีกแน่นอน....

สวัสดีสมุทรสงคราม...ตลาดน้ำท่าคา...ชาวท่าคาที่แสนน่ารักและใจดี...บรรยากาศที่แสนสบายและสงบสุข..