แอ่วเวียงโกศัย ม่วนใจ๋เมืองแป้

ทริป 2 วัน 1 คืน

เปิดประสบการณ์ใหม่ นั่งรถไฟ ออกเดินทางไปสู่นครที่กาลเวลา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนในชุมชมได้ สัมผัสวิถีชีวิตที่เนิบช้า ราวกับว่ามีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง อีกทั้งความอบอุ่นของวัฒนธรรมอันงดงาม ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ที่ยังคงอบอวลอยู่ในเมืองที่โตช้าแห่งนี้ และนั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองเล็กๆ นี้ เมืองที่จะทำให้คุณตกหลุมรักได้ไม่ยาก....

กำหนดการเดินทาง

Program : แอ่วเวียงโกศัย ม่วนใจ๋เมืองแป้

Day 1 : วันศุกร์

20.05     เปิดประสบการณ์ใหม่ ด้วยการเดินทางโดยรถไฟ หนึ่งในการเดินทางสุดคลาสสิค เปลี่ยนบรรยากาศที่เร่งรีบ เป็นบรรยากาศที่เรื่อยๆ แนะนำขบวนรถเร็วขบวนที่ 107 กรุงเทพ-เด่นชัย

 

Day 2 : วันเสาร์

5:45       จากนั้นเจอกัน ณ จุดนัดหมายที่สถานีเด่นชัย  สถานีรถไฟหนึ่งเดียวของจังหวัดแพร่

7:00       เข้าที่พักนำสัมภาระมาเก็บ อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า พักผ่อน กับที่ผักแบบโฮมสเตย์ ณ หมู่บ้านทุ่งล้อม หมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาตามชื่อ สัมผัสวิถีชีวิต และใกล้ชิดกับธรรมชาติ อย่างผืนนาและทิวเขา ที่ทอดตัวยาวทั้งฝั่งทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออก พร้อมเริ่มวันดีๆ ด้วยอาหารพื้นเมืองสูตรดั้งเดิมฝีมือแม่ครัวของบ้านอย่าง แกงฮังเลสูตรเฉพาะตัว น้ำพริกตาแดง ผักหนึ่งและหมูทอด ทานพร้อมข้าวเหนียวนุ่มๆ ร้อนๆ เติมพลังสำหรับยามเช้า

10:00     ออกเดินทางสู่วัดพระธาตุช่อแฮ สักการะพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ พระธาตุประจำปีนักษัตรปีขาล  ภายในพระธาตุ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า จากนั้นกราบขอพรพระเจ้าทันใจ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิที่ชาวแพร่มักจะมาขอพรเพื่อให้เกิดมงคลกับชีวิต  

12:00     มื้อกลางวันกับขนมจีนน้ำย้อย ของเด็ดเมืองแป้ เป็นรูปแบบการกินขนมจีนที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวอำเภอลอง ของจังหวัดแพร่ ขนมจีนเส้นสด ทานกับน้ำซุปใสเลือดหมู คลุกเคล้ากับน้ำพริกน้ำย้อย น้ำพริกที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง กินกับผักทั้งสดและลวก แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน

14:00     เดินทางต่อไปที่วัดจอมสวรรค์ วัดศิลปะพม่าเพียงหนึ่งเดียวในจังหวัดแพร่ ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง รวมทั้งกุฏิและศาลาการเปรียญที่อยู่ในอาคารหลังเดียวกัน  กราบขอพรหลวงพ่อสาน พระพุทธรูปที่ใช้ไม้ไผ่สานเป็นองค์

15.00     จากนั้นมุ่งหน้าสู่คุ้มวงศ์บุรี อาคารสีชมพูพาสเทล อายุกว่า 100 ปี คุ้มเจ้าเมืองเก่าที่สร้างโดยแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยะเทพวงค์ เจ้าผู้ครองนครแพร่ องค์สุดท้ายก่อนเกิดกบฎเงี้ยวปล้นเมืองแพร่ชมความงามของสถาปัตรกรรมการก่อสร้าง ที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามปี 2536

16:00     พักดื่มกาแฟร้านบ้านเบ้ว ร้านกาแฟที่มีเอกลักษณ์แบบเบี้ยวๆ (เบ้าเป็นภาษาเหนือแปลว่าเบี้ยว) หรือชื่อภาษาอังกฤษ Slope Coffee ตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าแบบคลาสสิค ซึ่ง Landscape เดิมพื้นที่มันลาดเอียงอยู่แล้ว เจ้าของเลยใช้เป็นจุดเด่นของร้านและเป็นที่มาของชื่อร้านด้วย การแต่งร้านแบบธรรมชาติสวนหลังบ้าน ผสานรวมกับความ  Vintage ทำให้ร้านมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น

16.30      เที่ยวกาดพระนอน กาดกองเก่า กาดหมั้วแลงของชาวแพร่ หรือชื่อภาษากลาง “ถนนคนเดิน” “กาด” เป็นภาษาเหนือ แปลว่าตลาด กาดนี้มีทุกวันสาร์เย็น เป็นถนนสายวัฒนธรรมที่ กาดเล็ก ๆ แห่งนี้ มีความน่าสนใจตรงที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในท้องถิ่น ภายใต้ชื่อ "สภาคนแป้" สภานี้ประกอบด้วยคณะทำงานเอกชนทั้งห้างร้าน องค์กรชุมชน กลุ่มหมอพื้นบ้าน ข่ายลูกหลานเมืองแป้ และชมรมอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองแพร่ ไปจนถึงกลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มเกษตรยั่งยืน กลุ่มเด็กและเยาวชน ฯลฯ โดยมีงบสนับสนุนจาก สสส. แรกเริ่มที่จัดคือเดือน พฤศจิกายน 2553 ตอนนั้นจัดกันแค่เดือนละครั้ง กระทั่งมาปัจจุบันนี้ได้จัดกันทุกวันเสาร์ เป็นถนนที่รวม อาหารพื้นเมือง เสื้อพื้นเมือง ของกินหายาก ของเล่นโบราณ และสินค้าอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก เดินชมตลาดรวมทั้งเลือกซื้ออาหารเมืองสำหรับมื้อเย็น

18.00      กลับที่พัก อาบน้ำ พักผ่อนและอร่อยกับมื้อเย็นแบบพื้นเมือง พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

Day 3 วันอาทิตย์

7:00       ตื่นเช้ารับอรุณ ออกไปชมเถียงนา เดินเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์

8:00       จิบกาแฟยามเช้า และพักผ่อนตามอัธยาศัย

9:30        ออกเดินทางไป พุทธอุทยานดอยผาสวรรค์ เพื่อสักการะพระธาตุอินทร์แขวน  พระธาตุจำลองจากพม่าประจำผู้ที่เกิดปีนักษัตรปีจอ ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งโอโซนติดอันดับ 7 ของประเทศไทย มาไหว้พระขอพรแล้ว สูดอากาศชั้นดี ช่วยชาร์จพลังชีวิต ภายใน พุทธอุทยานมีเดินทางขึ้นไปนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน ประมาณ 200 เมตร เป็นขั้นบันไดและบางช่วงเป็นทางซีเมนต์ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกัน ได้แก่  พระพุทธชยันตรีมหัศจรรย์  รอยพระพุทธบาท ถ้ำศิลาบรรณคูหา ซึ่งมีร่องรอยของสมบัติ ของคนโบราณ พระพุทธรูป  

10:45     นำชมวิถีชีวิตการเลี้ยงเตา สาหร่ายน้ำจืด ณ บ้านนาคูหา หมู่บ้านที่ติดแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของประเทศ เพราะอยู่ในเขาลึกเข้าไป ใกล้ชิดกับธรรมชาติ จึงสามารถทำการเพาะเลี้ยงเตา ซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดได้ ชมบ่อเลี้ยงเตาเป็นบ่อเปิดแห่งแรกและน่าจะแห่งเดียวในประเทศไทย  ที่นี่มีการเพราะเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยอาศัยน้ำที่ไหลซึมมาจากยอดเขา  เป็นน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี  เมื่อน้ำไหลผ่านเข้ามาสู่บ่อเตาแล้ว ก็จะต้องปล่อยน้ำนั้นไหลลงสู่ธารน้ำตกด้านล่าง  ไม่ขังน้ำไว้  จึงทำให้เตาของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด  ความสะอาดเตาสามารถเลี้ยงได้เฉพาะแหล่น้ำที่สะอาดจริงๆ จากนั้น ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน พร้อมเวิร์คช็อปทำของหวานจากเตา

12.00     ทานอาหารที่ทำจากเตาสาหร่ายน้ำจืด พร้อมปิดท้ายด้วยของหวานวุ้นเตาฝีมือตัวเอง

14:00     แพะเมืองผี Grand Canyon เมืองไทย หรือชื่อเต็มๆว่า วนอุทยานแพะเมืองผี ชมดงเสาดิน หนึ่งในความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติเป็นผู้สร้างสรรค์ โดยตามตำนานแพะเมืองผีที่เล่าต่อๆ กันมาบอกว่า  แต่ก่อนบริเวณป่าแห่งนี้ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธ์ไม้ใหญ่ขึ้นอยู่หนาแน่นและสัตว์ป่าน้อยใหญ่เป็นจำนวนมาก ในสมัยนั้น มีครูบาปัญโญฯ เป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำชำ ตำบลน้ำชำ ซึ่งชาวบ้านได้พร้อมใจกันนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดน้ำชำ และได้บอกเล่าประวัติแพะเมืองผีสืบทอดติดต่อกันมาว่า มีหญิงชราคนหนึ่งซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “ ย่าสุ่ม ” เข้าไปหาผัก หน่อไม้ เป็นอาหาร แต่หลงป่าแล้วไปพบหลุมเงิน ทองคำ จึงได้นำเงิน และทองคำ ใส่ถุงแล้วเตรียมหาบจะกลับบ้านเสร็จแล้วเกิดหลงป่าอีก โดยไม่สามารถนำเอาหาบเงิน ทองคำ ออกมาได้ ย่าสุ่มจึงวางหาบจะกลับบ้าน และหาทางออกจากป่า พอออกไปได้ก็ได้ไปชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปด้วยปรากฏว่า ชาวบ้านก็ได้ติดตามย่าสุ่มเข้าไปถึงจุดที่ย่าสุ่มวางหาบไว้แต่ไม่พบเงินและทองคำ ในหาบ ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร เลยพากันค้นหา พบรอยเท้าคนเดิน ย่าสุ่ม และชาวบ้านได้เดินตามรอยเท้าเหล่านั้นไปจนกระทั่งมาถึงพื้นที่ซึ่งชาวบ้านขนานนามว่า “แพะเมืองผี”  ภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือคำว่า “แพะ” ในที่นี้หมายถึงป่าละเมาะ ส่วนคำว่าเมืองผี ก็เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกกันสืบมาในสมัยดึกดำบรรพ์ โดยอาจจะเห็นว่าป่าแพะตรงนี้มีลักษณะพิศดาร ของภูมิประเทศ และเพราะความเร้นลับตามเรื่องราวที่เชื่อถือเล่าสืบทอดกันมา

15.00     เข้าที่พักเก็บของเตรียมกลับ

16.30     แวะบ้านทุ่งโฮ้ง แหล่งผลิตผ้าหม้อฮ่อมใหญ่ที่สุดของจังหวัดแพร่ และเป็นผ้าท้องถิ่นพื้นเมืองของชาวแพร่  เพื่อเลือกซื้อของฝาก

18.30     ถึงสถานีรถไฟเด่นชัย เพื่อขึ้นรถไฟขบวน 108 กลับสู่กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ

ข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยว

กำหนดการเดินทางและช่วงเวลาที่จัด

  • เดินทางด้วยรถไฟ ขบวนรถเร็วที่ 107 กรุงเทพ-เด่นชัย (อัตรา ค่าโดยสารตู้นอนแอร์เตียงบนท่านละ 5xx เตียงล่าง 6xx)
  • ขากลับ เดินทางกลับด้วยรถไฟขบวน 108 กลับสู่กรุงเทพฯ

การเดินทาง :  เนื่องจากเป็นทริปที่เดินทางด้วยรถไฟ แนะนำควรเป็นเสาร์ อาทิตย์ที่ไม่ใช่วันหยุดยาว โดยเดินทางไปเย็นวันศุกร์เนื่องจากตั๋วรถไฟมักจะเต็ม และกลับเย็นวันอาทิตย์  ช่วงเวลาที่สามารถเริ่มจัดได้ ดังนี้

  1. 6-7 ตุลาคม 2561
  2. 20-21 ตุลาคม 2561
  3. 27-28 ตุลาคม 2561
  4. 3-4 พฤศจิกายน 2561
  5. 10-11 พฤศจิกายน 2561
  6. 17-18 พฤศจิกายน 2561